<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวสารประชาสัมพันธ์ทั่วไป]]></title>
<link>https://sisaket.prd.go.th/th/content/category/index/id/9</link>
<atom:link href="https://sisaket.prd.go.th/th/content/category/index/id/9" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ศรีสะเกษมอบเงินขวัญถุงกองทุนแม่ของแผ่นดิน 43 หมู่บ้าน สร้างชุมชนเข้มแข็ง ห่างไกลยาเสพติด]]></title>
<link>https://sisaket.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/549102</link>
<guid isPermaLink="false">1a7086b839ec09e1ea0a2e1fe9343679</guid>
<pubDate>Thu, 08 Oct 2026 11:56:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ที่ห้องประชุมชั้น 5 อาคารเทพา ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีมอบเงินพระราชทานขวัญถุงกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569 แก่หมู่บ้านและชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน 43 แห่ง</p>

<p><br />
การจัดพิธีครั้งนี้ มีคณะกรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดินจาก 43 หมู่บ้าน หมู่บ้านละ 5 คน รวมทั้งคณะกรรมการเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินระดับอำเภอและระดับจังหวัด ผู้แทนหมู่บ้าน วิทยากรกระบวนการ และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน เข้าร่วมกิจกรรม</p>

<p><br />
นางทรัพย์สิน โพธิ์ขาว พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า กองทุนแม่ของแผ่นดินเป็นกลไกสำคัญในการรวมพลังประชาชนให้ร่วมกันเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดจากระดับชุมชน โดยมุ่งเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด &ldquo;กองทุนแม่ของแผ่นดิน พลังแห่งความเมตตา ชุบชีวิต เปลี่ยนชุมชน&rdquo;</p>

<p><br />
ปัจจุบัน จังหวัดศรีสะเกษมีกองทุนแม่ของแผ่นดินจำนวน 538 กองทุน มีสมาชิกมากกว่า 47,000 ครัวเรือน และมีเงินกองทุนรวมกว่า 18.3 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความเข้มแข็งของเครือข่ายประชาชนในการขับเคลื่อนงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง</p>

<p><br />
สำหรับปีงบประมาณ 2569 จังหวัดศรีสะเกษได้จัดตั้งหมู่บ้านและชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดินเพิ่มอีก 43 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 22 อำเภอ เพื่อขยายเครือข่ายชุมชนปลอดภัย สร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนและเยาวชน ห่างไกลยาเสพติด พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน.<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://sisaket.prd.go.th/th/file/get/file/20261008e4d9a4d479fe96dfab22c58fe01a714a115844.png' type='image/png' length='1485202' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. เห็นชอบเพิ่มพื้นที่ประสบภัย จ.สมุทรสงคราม นายกฯ กำชับทุกจังหวัดเร่งส่งรายชื่อให้ ปภ. เพื่อให้ ธ.ออมสิน โอนเงินเยียวยาให้ประชาชนเร็วที่สุด]]></title>
<link>https://sisaket.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/548984</link>
<guid isPermaLink="false">40b612278d0390a8ae5b492a3d7859e0</guid>
<pubDate>Thu, 08 Oct 2026 08:30:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 กรณีบ้านถูกน้ำท่วมตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป ได้รับ 9,000 บาทต่อครัวเรือน และกรณีน้ำล้อมตามหลักเกณฑ์ 5,000 บาท จำนวน 41 จังหวัด โดยอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณ 558,739,000 บาท&nbsp;จากงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วันที่ 22 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติให้จ่ายเงินช่วยเหลือ สำหรับภัยที่เกิดตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 - 30 กันยายน 2569 เท่านั้น จากนั้นในวันที่ 29 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบเพิ่มพื้นที่อีก 24 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รวมเป็น 65 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร โดยอนุมัติงบประมาณฯ วงเงิน 4,731,666,600 บาท และในวันที่ 30 กันยายน 2569 จังหวัดสมุทรสงคราม ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เนื่องจากเกิดอุทกภัย จากฝนตกหนัก มีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจำนวน 22,357 ครัวเรือน วันที่ 6 ตุลาคม 2569 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบเพิ่มจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นจังหวัดประสบภัยให้ได้รับเงินเยียวยา 9,000 บาทต่อครัวเรือน ตามหลักเกณฑ์จากวงเงินที่เคยได้รับการอนุมัติไว้แล้ว ซึ่งกรณีดังกล่าวยังไม่เข้าเกณฑ์ความคุ้มครองภายใต้โครงการ &ldquo;ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ&rdquo; เนื่องจากเกิดอุทกภัยก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นอกจากนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้สั่งการให้เร่งจ่ายเงินเยียวยาให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้วจาก 60 จังหวัด กว่า 1.2 ล้านคน และให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานธนาคารออมสินเร่งโอนเงินให้ประชาชนตามลำดับรายชื่อ กำชับให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งสำรวจและส่งรายชื่อผู้ประสบภัยมายัง ปภ. ซึ่งมี 2 จังหวัดที่ยื่นเข้ามาที่ ปภ. แล้ว ได้แก่ สระแก้ว และกระบี่ ปภ. จะส่งข้อมูลไปยังธนาคารออมสิน เพื่อให้ธนาคารออมสินโอนเงินเข้าบัญชีผู้ประสบภัยได้ภายในวันที่ 8 ตุลาคม 2569&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
(6 ต.ค. 69) จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 และอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณในการดำเนินการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 จำนวนรวม 558,739,000 บาท จากงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น โดยให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขอรับจัดสรรงบประมาณตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ในการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกรณีบ้านถูกน้ำท่วมตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป ได้รับ 9,000 บาทต่อครัวเรือน และกรณีน้ำล้อมตามหลักเกณฑ์ 5,000 บาท ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามพื้นที่ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย/พื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จำนวน 41 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ กาญจนบุรี ขอนแก่น จันทบุรี ชลบุรี เชียงราย เชียงใหม่ ตรัง ตราด ตาก นครปฐม นครพนม นครราชสีมา น่าน ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พะเยา พังงา พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ ภูเก็ต มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร ร้อยเอ็ด ระนอง ระยอง ราชบุรี ลำปาง เลย สกลนคร สระบุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี อุตรดิตถ์ และอุบลราชธานี และยังคงมีสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&nbsp;<br />
ต่อมาเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 สำหรับภัยที่เกิดตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เท่านั้น จากนั้นวันที่ 29 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอขอทบทวนหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 เห็นชอบพื้นที่ในการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 เพิ่มเติม จำนวน 24 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร ฉะเชิงเทรา ชัยนาท ชัยภูมิ นครนายก นครสวรรค์ นนทบุรี บึงกาฬ บุรีรัมย์ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา พิจิตร ลพบุรี ลำพูน ศรีสะเกษ สตูล สมุทรปราการ สมุทรสาคร สระแก้ว สิงห์บุรี สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ อุทัยธานี และจังหวัดอ่างทอง และกรุงเทพมหานคร รวมเป็น 65 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร และอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 4,731,666,600 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569&nbsp;หลังจากนั้นในวันที่ 30 กันยายน 2569 จังหวัดสมุทรสงคราม ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย&nbsp;</p>

<p><br />
เนื่องจากเกิดสถานการณ์อุทกภัย จากฝนตกหนักถึงหนักมาก ทำให้มีปริมาณน้ำฝนสะสมจำนวนมาก รวมถึงมีการระบายน้ำท้ายเขื่อนแม่กลองในปริมาณมาก ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2569 ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายของประชาชน เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน จำนวน 22,357 ครัวเรือน (ข้อมูลจากรายงานสถานการณ์สาธารณภัย ปภ. ประจำวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น.) เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง สามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม ในวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คณะรัฐมนตรีจึงเห็นชอบเพิ่มเติมจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;<br />
ในการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กรณีบ้านถูกน้ำท่วมตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป ได้รับ 9,000 บาทต่อครัวเรือน และกรณีน้ำล้อมตามหลักเกณฑ์ 5,000 บาท จากวงเงินที่เคยได้รับการอนุมัติไว้แล้ว ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดภัย ระหว่างวันที่&nbsp;15 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ให้ได้รับการช่วยเหลือเป็นค่าดำรงชีพเบื้องต้นและเพื่อให้การดำรงชีพของประชาชนเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ซึ่งกรณีดังกล่าวยังไม่เข้าเกณฑ์ความคุ้มครองภายใต้โครงการ &ldquo;ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ&rdquo; เนื่องจากเกิดอุทกภัยก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569&nbsp;<br />
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เน้นย้ำเร่งจ่ายเงินเยียวยาให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว กำชับให้ทุกจังหวัดเร่งส่งรายชื่อผู้ประสบภัยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และประสานธนาคารออมสินเร่งโอนเงินเยียวยาให้ประชาชนตามลำดับรายชื่อที่ได้รับ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดติดตามและตรวจสอบการโอนเงินอย่างใกล้ชิด&nbsp;ทั้งจำนวนผู้ได้รับเงิน จำนวนเงิน ระยะเวลาการโอน รวมถึงปัญหาหรืออุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อเร่งแก้ไขกระบวนการและให้ประชาชนได้รับเงินโดยเร็วที่สุด</p>

<p><br />
ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้วจาก 60 จังหวัด กว่า 1,200,000 คน เป็นประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กว่า 529,000 คน อีกกว่า 700,000 คน เป็นของ 59 จังหวัด โดยมีจังหวัดยื่นเข้ามาที่ ปภ. แล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว และกระบี่ โดย ปภ. จะส่งข้อมูลไปยังธนาคารออมสิน เพื่อให้ธนาคารออมสินโอนเงินเข้าบัญชีผู้ประสบภัยได้ภายในวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องเร่งทำการสำรวจและส่งรายชื่อมายัง ปภ. และขอย้ำให้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ อย่าให้ซ้ำซ้อนและล่าช้า และเร่งดำเนินการด้วยความรวดเร็ว โดยไม่รอสถานการณ์เรียบร้อยถึงจะจ่ายเงิน พร้อมทั้งให้ ปภ. ประสานธนาคารออมสินให้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่เร่งโอนเงินให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด</p>
]]></description>
<enclosure url='https://sisaket.prd.go.th/th/file/get/file/202610080d2afcde4bcb172acea7546dbac88b86083107.jpg' type='image/jpg' length='1484046' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดอบรมเครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร ผนึกทุกภาคส่วน เสริมศักยภาพรับมือภัยคุกคามและความมั่นคงชายแดน]]></title>
<link>https://sisaket.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/519269</link>
<guid isPermaLink="false">64904acc3c383932dcd101d5293ff01b</guid>
<pubDate>Mon, 06 Jul 2026 10:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ที่ห้องประชุมซังฮี้ โรงแรมแกลเลอรี่ ดีไซน์ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ พลโท วีรยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม หลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ รุ่นที่ 1 ประจำปี 2569 โดยมีนายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานความมั่นคง ภาคเอกชน และผู้บริหารองค์กรต่าง ๆ ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง</p>

<p>พันเอกสุระชัย มีหอม รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้เป็นโครงการริเริ่มของสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือและเครือข่ายด้านความมั่นคงระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคสื่อมวลชน ให้สามารถบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาล และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติ</p>

<p>การอบรมมุ่งเสริมสร้างความตระหนักในบทบาทการพิทักษ์รักษาชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภารกิจของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคงทุกมิติ ตลอดจนพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือให้สามารถเป็นกลไกสำคัญในการเฝ้าระวัง แจ้งเตือน สนับสนุนการปฏิบัติงานของภาครัฐ และร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อสังคม</p>

<p>ด้านพลโทวีรยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า จากสถานการณ์ด้านความมั่นคง โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่ผ่านมา ได้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การจัดอบรมครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ของผู้นำองค์กรระดับผู้บริหารทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับความพร้อมในการรองรับภัยคุกคาม ความมั่นคงชายแดน ความมั่นคงภายใน และภัยพิบัติทุกรูปแบบ พร้อมนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสร้างเครือข่ายความมั่นคงที่เข้มแข็ง อันจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนจังหวัดศรีสะเกษให้มีความมั่นคงในทุกมิติ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม</p>

<p>สำหรับการอบรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6&ndash;10 กรกฎาคม 2569 รวม 5 วัน ประกอบด้วยการบรรยายทางวิชาการจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ การศึกษาดูงานในพื้นที่ชายแดนและแหล่งวัฒนธรรม ตลอดจนกิจกรรมจิตอาสาและกิจกรรม CSR เพื่อส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้เข้ารับการอบรมกว่า 40 คน จากหน่วยงานราชการ ฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ ภาคเอกชน และผู้นำองค์กรในจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งคาดว่าจะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และเพิ่มศักยภาพการรับมือสถานการณ์ด้านความมั่นคงของจังหวัดศรีสะเกษได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต.</p>
]]></description>
<enclosure url='https://sisaket.prd.go.th/th/file/get/file/2026070655288888113c36e9ee364ca23f86d03b110033.jpg' type='image/jpg' length='426774' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[มูลนิธิราชประชานุเคราะห์มอบเงินและสิ่งของพระราชทานแก่ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยภัยในพื้นที่อำเภอปรางค์กู่]]></title>
<link>https://sisaket.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/496360</link>
<guid isPermaLink="false">3dd265eadf432869fdbfc6a175385728</guid>
<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 15:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (21 เม.ย.69) ที่บ้านเลขที่ 28 หมู่ที่ 12 ตำบลสำโรงปราสาท อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญเงินและสิ่งของพระราชทานไปมอบให้แก่ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นขวัญกำลังใจ โดยมีนายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ รองประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ประจำจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีมอบเงินและสิ่งของพระราชทานแก่ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 3 ครอบครัว</p>

<p>โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 เวลา 08.10 น. ได้เกิดเหตุอัคคีภัย บริเวณบ้านเลขที่ 28 บ้านโจด หมู่ที่ 12 ตำบลสำโรงปราสาท อำเภอปรางค์กู่ ทำให้บ้านเรือนที่อยู่อาศัยของ นางทองสา สมศรี อายุ 76 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านได้รับความเสียทั้งหลังพร้อมทรัพย์สินอื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 999,512 บาท บ้านเลขที่ 11 ของนายวิเชียร สุภากุล อายุ 80 ปี และบ้านเลขที่ 87 ของ นางสาวลัดดา สมศรี อายุ 50 ปี ได้รับความเสียหายบางส่วน ซึ่งครอบครัวผู้ประสบภัยได้รับเงินและสิ่งของพระราชทานในครั้งนี้ นำความซาบซึ้งและต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ &nbsp; &nbsp;&nbsp;</p>

<p>โอกาสนี้ หน่วยงานราชการ ฝ่ายท้องที่ท้องถิ่น ตลอดจนภาคเอกชน อาทิ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ และองค์กรต่างๆ ได้ร่วมมอบเงินและสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เพื่อบำรุงขวัญสร้างกำลังใจแก่ครอบครัวผู้ประสบวาตภัยภัยในครั้งนี้ด้วย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://sisaket.prd.go.th/th/file/get/file/202604216e5492fd6358a5023f0e0e5739568652152124.jpg' type='image/jpg' length='851276' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ มอบเงินและสิ่งของพระราชทานแก่ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่อำเภออุทุมพรพิสัย]]></title>
<link>https://sisaket.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/495330</link>
<guid isPermaLink="false">102cf609f3960cdd649c1922355433f7</guid>
<pubDate>Fri, 17 Apr 2026 15:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ ( 17 เม.ย.69) ที่องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งไชย อำเภออุทุมพรพิสัยจังหวัดศรีสะเกษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญเงินและสิ่งของพระราชทานไปมอบให้แก่ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นขวัญกำลังใจ จำนวน 1 ครัวเรือน&nbsp;</p>

<p>โดยมีนายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ประจำจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานพิธีมอบเงินและสิ่งของพระราชทานแก่ นายไพรี กุลชาติ อายุ 78 ปี เป็นเจ้าของบ้าน ปัจจุบันประกอบอาชีพเกษตรกรรม รายได้ครอบครัว 30,000 บาทต่อเดือน</p>

<p>เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. ได้เกิดอัคคีภัยบริเวณบ้านเลขที่ 70 บ้านหนองเวียง หมู่ 9 ตำบลทุ่งไชย อำเภออุทุมพรพิสัย ของ นายไพรี กุลชาติ ทำให้ที่อยู่อาศัยประจำได้รับความเสียหายทั้งหลัง โดยไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด การได้รับเงินและสิ่งของพระราชทานในครั้งนี้ นำความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้แก่ครอบครัวผู้ประสบภัยอย่างยิ่ง</p>

<p>โอกาสนี้ หน่วยงานราชการและภาคเอกชน อาทิ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดศรีสะเกษ ที่ทำการปกครองจังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ ชมรมนุ่งผ้าไทยใส่บาตร ที่ว่าการอำเภออุทุมพรพิสัย ส่วนราชการระดับอำเภอ ตลอดจนชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต่างได้ร่วมมอบเงินและเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อบำรุงขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยในครั้งนี้ด้วย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://sisaket.prd.go.th/th/file/get/file/2026041789f48e937fdcd61ea4e888048b004720150718.jpg' type='image/jpg' length='377057' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ศรีสะเกษถอดบทเรียน 7 วันสงกรานต์ พบอุบัติเหตุ 4 ครั้ง เสียชีวิต 3 ราย ชี้ “ความเร็ว-แอลกอฮอล์” ปัจจัยหลัก]]></title>
<link>https://sisaket.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/495307</link>
<guid isPermaLink="false">d331833d771eed702fcdbf6bfb953ccb</guid>
<pubDate>Fri, 17 Apr 2026 14:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 17 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมศรีกำแพงใหญ่ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 เพื่อติดตามสถานการณ์และสรุปผลการดำเนินงานในช่วงวันที่ 10-16 เมษายนที่ผ่านมา</p>

<p><br />
นายอนุรัตน์กล่าวว่า จากรายงานผลการปฏิบัติงาน วันที่ 16 เมษายน 2569 ไม่พบอุบัติเหตุเกิดขึ้นในพื้นที่ นับเป็นสัญญาณที่ดีของมาตรการเข้มข้นของทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาภาพรวมตลอดช่วงรณรงค์ 7 วัน (10-16 เม.ย.) พบว่าเกิดอุบัติเหตุรวม 4 ครั้ง ในพื้นที่อำเภอเมืองศรีสะเกษ อำเภอปรางค์กู่ อำเภอเบญจลักษ์ และอำเภอกันทรารมย์</p>

<p><br />
ทั้งนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 2 ราย และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย โดยผู้เสียชีวิตอยู่ในพื้นที่อำเภอเบญจลักษ์ และอำเภอกันทรารมย์ สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุยังคงมาจากการขับรถเร็วและการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</p>

<p><br />
ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษเน้นย้ำว่า &ldquo;ความเร็ว&rdquo; เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความสูญเสีย พร้อมเสนอให้มีการยกระดับมาตรการควบคุมความเร็วในยานพาหนะ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน</p>

<p><br />
นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการศึกษาและควบคุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน พร้อมยกตัวอย่างประเทศที่มีระบบความปลอดภัยทางถนนที่มีประสิทธิภาพ เช่น ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีวินัยจราจรสูงและการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://sisaket.prd.go.th/th/file/get/file/202604176de6fe39f9f13d6ad3fac91e60d0f2e1144421.jpg' type='image/jpg' length='266925' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ โปรดให้เชิญพวงมาลัยและน้ำอบไทย ถวายพระครูโกศลสิกขกิจ เนื่องในวันสงกรานต์]]></title>
<link>https://sisaket.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/494605</link>
<guid isPermaLink="false">42b8c9a10370b0f3e14697dddc07a401</guid>
<pubDate>Wed, 15 Apr 2026 13:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (15 เมษายน 2569) ที่วัดไพรพัฒนา ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ โปรดให้ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เชิญพวงมาลัยดอกมะลิและน้ำอบไทย ถวายแด่พระครูโกศลสิกขกิจ (หลวงพ่อพุฒิ วายาโม) เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ ฝ่ายธรรมยุต และเจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569</p>

<p><br />
โดยมีนายพนัส จันทร์คำ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดศรีสะเกษ นายประหยัด ถิลา วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ นายบัญชา จันทร์ณรงค์ นายอำเภอภูสิงห์ พร้อมด้วยข้าราชการ และประชาชน เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก</p>

<p><br />
พระครูโกศลสิกขกิจ กล่าวว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาประทานน้ำอบไทยและพวงมาลัยดอกมะลิ เนื่องในวันสงกรานต์เป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2558 และต่อเนื่องมาหลายปี สร้างความปลาบปลื้มปิติแก่พสกนิกรชาวจังหวัดศรีสะเกษอย่างหาที่สุดมิได้</p>

<p><br />
ภายหลังพิธี นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้นำส่วนราชการและประชาชน ร่วมรดน้ำขอพรจากพระครูโกศลสิกขกิจ และร่วมทำบุญตักบาตร เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://sisaket.prd.go.th/th/file/get/file/20260415a2233271cd799daa97c1545669894526132623.jpg' type='image/jpg' length='284945' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รมช.คมนาคม ตรวจเยี่ยมจุดบริการสงกรานต์ จ.ศรีสะเกษ กำชับกรมทางหลวงเข้มงวดความปลอดภัย 4 ด้าน]]></title>
<link>https://sisaket.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/493959</link>
<guid isPermaLink="false">cf8a37d35bfced308047ea5f3d2c69d9</guid>
<pubDate>Sun, 12 Apr 2026 12:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชนช่วงสงกรานต์ปี 2569 ครับ กำชับเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงคุมเข้ม 4 มาตรการหลัก ทั้งซ่อมบำรุงทางและคืนผิวจราจร เพื่อลดอุบัติเหตุ</p>

<p><br />
เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดบริการทั่วไทยและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 โดยเริ่มตั้งแต่จุดหมวดทางหลวงศรีสะเกษ ตำบลหมากเขียบ อำเภอเมืองศรีสะเกษ ก่อนจะเดินทางไปยังจุดบริการประชาชนบริเวณสี่แยกนาเจริญ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ</p>

<p><br />
โดยทางด้าน นายปิยะพนธ์ เกิดมงคล ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 9 ได้รายงานแผนปฏิบัติงาน ซึ่งเน้นย้ำความปลอดภัยใน 4 ด้านหลัก คือ ด้านเตรียมความพร้อม ซ่อมแซมถนนและไฟฟ้าแสงสว่างให้พร้อมใช้งาน ด้านความปลอดภัย ปิดจุดกลับรถและทางแยกที่เสี่ยงอันตราย โดยทำงานร่วมกับตำรวจทางหลวง ด้านความสะดวก คืนผิวจราจรบริเวณจุดก่อสร้างเพื่อระบายรถ และด้านข้อมูล รายงานอุบัติเหตุแบบ Real Time เพื่อแก้ไขสถานการณ์ได้ทันที</p>

<p><br />
สำหรับแผนการดำเนินงานในปีนี้ กรมทางหลวงตั้งเป้าคุมเข้มต่อเนื่อง 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 ถึง 19 เมษายน โดยจัดเจ้าหน้าที่สแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง</p>

<p><br />
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลที่มีพี่น้องประชาชนเดินทางเป็นจำนวนมาก การวางแผนงานก่อสร้างต้องสอดคล้องกับจังหวะการเดินทาง โดยกำชับให้หยุดพักงานก่อสร้างที่อาจส่งผลกระทบต่อการจราจร เพื่อคืนผิวถนนให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังได้กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เสียสละช่วงเวลาวันหยุดมาปฏิบัติหน้าที่บริการประชาชน &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://sisaket.prd.go.th/th/file/get/file/2026041200834f82bbc1438ee7bac59a48bad3f5125547.png' type='image/png' length='1603046' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ศรีสะเกษเปิดงานนมัสการ “หลวงพ่อโต” สรงน้ำรับสงกรานต์ สืบสานวิถีไทย]]></title>
<link>https://sisaket.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/493390</link>
<guid isPermaLink="false">667dff2f88ca07c4010775150756eecf</guid>
<pubDate>Fri, 10 Apr 2026 12:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ที่วัดมหาพุทธาราม พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีเปิดงานนมัสการสรงน้ำหลวงพ่อโต และงานประเพณีสงกรานต์สืบสานวิถีไทยศรีสะเกษ ประจำปี 2569 โดยมีพระวชิรสิทธิธาดา เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีนายวิทยา วิรารัตน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชน และประชาชนชาว จ.ศรีสะเกษ เข้าร่วมอย่างคึกคัก</p>

<p><br />
นายประดิษฐ์ พรหมเสนา ประธานพัฒนาวัดมหาพุทธาราม รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสืบสานประเพณีท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะพิธีสรงน้ำ &ldquo;หลวงพ่อโต&rdquo; ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมือง และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวศรีสะเกษมาอย่างยาวนาน ภายในงานมีการจัดกิจกรรมรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที การมอบของที่ระลึกแก่ผู้สูงอายุแห่งชาติ รวมถึงกิจกรรมด้านวัฒนธรรมในระดับตำบลกว่า 22 แห่ง&nbsp;</p>

<p><br />
การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งวัดมหาพุทธาราม สภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ เทศบาลเมืองศรีสะเกษ หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชน โดยมุ่งเน้นการอนุรักษ์และถ่ายทอดวัฒนธรรมประเพณีสู่คนรุ่นใหม่</p>

<p><br />
สำหรับงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-16 เมษายน 2569 ภายใต้แนวคิด &ldquo;บูชาหลวงพ่อใหญ่ ไหว้พระรับสงกรานต์ สนานธรรมราช&rdquo; คาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมจำนวนมาก อันจะส่งผลดีต่อบรรยากาศทางสังคมและเศรษฐกิจของพื้นที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://sisaket.prd.go.th/th/file/get/file/20260410d0c9396be658eb140ce801bf5d19178f124527.jpg' type='image/jpg' length='446996' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ มอบเงินและสิ่งของพระราชทานแก่ครอบครัวผู้ประสบวาตภัยภัยในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ   ]]></title>
<link>https://sisaket.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/493190</link>
<guid isPermaLink="false">e09a51d7b17824a75559f990b2279a77</guid>
<pubDate>Thu, 09 Apr 2026 17:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (9 เม.ย.69) &nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลโนนเพ็ก อำเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญเงินและสิ่งของพระราชทานไปมอบให้แก่ครอบครัวผู้ประสบวาตภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นขวัญกำลังใจ โดยมีนายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ประจำจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีมอบเงินและสิ่งของพระราชทานแก่ครอบครัวนายเลื่อน ยั่วยวนดี อายุ 78 ปี &nbsp;ผู้เสียชีวิตจากเหตุวาตภัย &nbsp;</p>

<p><br />
โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2569 เวลา 18.30 น. ได้เกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดถล่มอย่างรุ่นแรงส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่บ้านสร้างหว้า หมู่ที่ 7 ได้รับความเสียหาย จังหวัดศรีสะเกษ ทำให้บ้านเรือนที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง จำนวน 1 หลัง ทรัพย์สินอื่นๆ จากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือนายเลื่อน ยั่วยวนดี อายุ 78 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็ง อาศัยอยู่กับญาติในพื้นที่บ้านสร้างหว้า โดยขณะเกิดเหตุได้ถูกกำแพงล้มทับ ญาติได้นำส่งโรงพยาบาลพยุห์ แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งการได้รับเงินและสิ่งของพระราชทานในครั้งนี้ &nbsp;นำความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้แก่ครอบครัวผู้ประสบภัยทั้งสองรายเป็นอย่างยิ่ง &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</p>

<p>&nbsp;<br />
โอกาสนี้ หน่วยงานราชการ ฝ่ายท้องที่ท้องถิ่น ตลอดจนภาคเอกชน อาทิ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ และองค์กรต่างๆ ได้ร่วมมอบเงินและสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เพื่อบำรุงขวัญสร้างกำลังใจแก่ครอบครัวผู้ประสบวาตภัยภัยในครั้งนี้ด้วย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://sisaket.prd.go.th/th/file/get/file/202604090e08dd447f1e42f15176df12ebbe5215171942.jpg' type='image/jpg' length='578981' />
</item>
</channel>
</rss>
